มีไข้รุนแรงเพียงใดจึงควรไปพบแพทย์ ?

ระดับ ความรุนแรง ของไข้อาจแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ ซึ่ง ป่วยควรได้รับการดูแล จากแพทย์หากมีอาการ ดังนี้

อายุ 0-3 เดือน

  • เมื่อมีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป แม้ทารกจะไม่มีอาการอื่น ๆ ก็ตาม

อายุ 3-6 เดือน

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียส

อายุ 6-24 เดือน

  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 1 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา
  • มีไข้ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ความรุนแรง  ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น

อายุ 2-17 ปี

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 3 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา

อายุ 18 ปีขึ้นไป

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการปวดหัว คอแข็ง หายใจไม่อิ่ม ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม กังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไม่ดื่มน้ำ ไม่รับประทานอาหาร หรือมีอาการอื่น ๆ
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 3 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา
  • เมื่อมีไข้ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 39.4 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ไซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบ (Sinusitisเป็นภาวะที่ เยื่อบุบริเวณโพรงอากาศข้างจมูก เกิด การอักเสบบวม จากการติดเชื้อ ทำให้คัดจมูก มีน้ำมูกข้น ปวดบริเวณจมูก ตา โหนกแก้ม หน้าผาก ฟัน ไอ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น สามารถเกิดได้ทั้งแบบฉับพลันและเรื้อรัง ซึ่งการรักษาสามารถทำได้โดยการดูแลตนเองร่วมกับใช้ยาตามแพทย์สั่ง

ไซนัส (Sinus) คือ โพรงอากาศบริเวณกระดูกใบหน้า มี 4 คู่ คือ ไซนัสแมกซิลลา (Maxillary Sinus) เป็นโพรงอากาศในกระดูกโหนกแก้ม ไซนัสเอธมอยด์ (Ethmoid Sinus) เป็นโพรงอากาศที่อยู่ระหว่างเบ้าตาและด้านข้างของจมูก ไซนัสฟรอนตัล (Frontal Sinus) เป็นโพรงอากาศที่อยู่ในกะโหลกส่วนหน้าผากระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง ไซนัสสฟีนอยด์ (Sphenoid Sinus) เป็นโพรงอากาศอยู่ในกระดูกส่วนที่เป็นฐานสมอง โดยภายในโพรงไซนัสแต่ละจุดจะมีเยื่อบุไซนัสทำหน้าที่ผลิตเมือกสำหรับดักจับฝุ่นและเชื้อโรค

อาการของไซนัสอักเสบ

เนื่องจากไซนัสอักเสบเกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุไซนัสที่บริเวณโหนกแก้ม โพรงจมูก และกระดูกหน้าผาก อาการของไซนัสส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ ดังนี้

  • หายใจติดขัด อึดอัด คัดจมูก
  • มีน้ำมูกสีเขียวหรือสีเหลืองข้น
  • ประสาทรับกลิ่นไม่ดี
  • ปวดบริเวณไซนัส ได้แก่ โหนกแก้ม หน้าผาก จมูกตรงระหว่างคิ้ว และหัวตา
  • ปวดฟัน ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น มีกลิ่นปาก
  • มีไข้ อ่อนเพลีย
  • ไอ เจ็บคอ มีมูกข้นในลำคอหรือมูกไหลลงลำคอ

5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย ” อนิเมะที่คนห่างไกลแฟนห้ามดู

ถึงแม้ใครจะบอกหรือตั้งให้ ชินไค เป็น “ที่สอง” หรือ “มายาซากิคนต่อไป” แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ชินไค ก็คือ “ชินไค – มาโคโตะ ชินไค” ที่ไม่เหมือนกับใครหรือแทนที่ใครได้ ด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผลงานกับการสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกผ่านภาพและท่วงทำนองของบทเพลงได้อย่างลึกซึ้งกินใจ จนสามารถพูดได้เลยว่าในทุกองค์ประกอบของชินไคล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตและความรู้สึกที่แสนงดงาม

เป็นการเกริ่นนำถึงเรื่องราวความรักของ “ทากากิ โทโนะ” และ “ทากากิ โทโนะ” เด็กชายและเด็กหญิงที่ผูกพันธ์กันตั้งแต่สมัยประถม จนกลายเป็นรักแรกของกันและกันแต่แล้วเมื่ออาการิต้องย้ายโรงเรียนไปต่างที่ ในช่วงขึ้นมัธยมศึกษาตอนต้น ทำให้ความสัมพันธ์ของเขาและเธอต้องห่างไกลกัน มีเพียงจดหมายจากฝ่ายอาการิที่มักส่งมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ทากากิฟังเสมอ โดยที่เขาไม่เคยตอบกลับจดหมายเธอสักครั้ง

 

 

จนเมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี ทากากิจึงตัดสินใจนัดพบกัน และตั้งใจส่งจดหมายแทนความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีต่อเธอ แต่แล้วระหว่างการเรอคอยที่แสนเนิ่นนานภายในชานชรารถไฟที่ไม่สามารถให้บริการได้ท่ามกลางพายุหิมะ เขาก็ได้ทำจดหมายปลิวหายไป การพบกันครั้งสุดท้ายของเขาและเธอครั้งนี้จึงมีเพียงจูบแรกอันหอมหวาน และคำมั่นสัญญาที่ผูกทั้งสองไว้ด้วยกันใต้ต้นซากุระ

Cosmonaut “นักท่องอวกาศ”

-5-Centimeters-Per-Second-(35)

 

ทากากิก้าวสู่ชีวิตนักเรียนมัยมปลาย หลังจากต้องย้ายโรงเรียนเช่นเดียวกับอาการิไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ที่นั่นเขาได้พบกับเพื่อนใหม่ หนึ่งในนั้นก็คือ “คานาเอะ ซุมิดะ” เด็กสาวนักโต้คลื่น ซึ่งเขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอแอบหลงรักเขาอยู่ แม้ซุมิดะจะไม่เคยสารภาพความในใจและทำได้เพียงหาโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขาเป็นครั้งคราว ดูหนังออนไลน์พากย์ไทย แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างในเด็กหนุ่มที่แสนใจดีสำหรับเธอคนนี้ว่า ในใจของเขานั้น ไม่มีพื้นที่เหลือให้เธอเข้าไปได้ และแม้เธอจะใกล้กับเขาเท่าไร ก็ไม่เคยสามารถเข้าถึงเด็กหนุ่มปิดใจคนนี้ได้เลยสักครั้ง

 

ทากากิยังคงติดอยู่กับคำมั่นสัญญาระหว่างเขาและอาการิ และยังคงใช้ชีวิตโดยคาดหวังว่าสักวันหนึ่งเขาและเธอจะได้กลับมาพบกัน แม้ข้อความที่เขียนพิมพ์ถึงเธอจะไม่เคยถูกส่งออกไปให้เธอรับรู้เลยสักครั้ง

ในตอนนี้จึงเป็นการเปรียบเทียบการเดินทางที่แสนโดดเดี่ยวของทากากิเหมือนกับจรวดที่กำลังทะยานสู่ความความมืดมิดในห้วงอวกาศ และทำได้เพียงเชื่อมั่นว่าจะได้เข้าใกล้ปลายทางสักวัน

Centimeters Per Second “5 เซนติเมตรต่อวินาที”

1388584342-5centimete-o

เป็นการเล่าเรื่องถึงช่วงชีวิตวัยทำงานของทากากิ ซึ่งกลายชายหนุ่มหัวใจด้านชา จมอยู่กับการทำงานที่เหมือนทำไปเพื่อต้องการไขว่คว้าอะไรสักอย่างที่ไร้ตัวจน ทั้งที่ความรู้สึกภายในกลับเต็มไปด้วยความเศร้าจากการติดอยู่แค่เพียงเรื่องราวในอดีตที่เขาไม่สามารถก้าวผ่านมาได้ ขณะที่ในฝ่ายของอาการิ เธอกำลังจะแต่งงานกับชายอีกคน เหลือทิ้งไว้เพียงความเชื่อมั่นในคำสัญญาที่ไม่มีวันเป็นจริงของเขาทั้งสอง

ทากากิ โทโนะ (遠野 貴樹 – Tōno Takaki )

ตัวละครหลัก ที่เล่าเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่วัยเยาว์ของเขาจนกระทั่งถึงตอนเมื่อเขาเติบใหญ่ ชายหนุ่มที่ยึดติดอยู่แต่เพียงเรื่องราวในอดีต จนไม่สามารถมีความสุขหรือก้าวผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความเศร้าไปได้ ในวัยเด็กของเขา จำเป็นต้องย้ายที่อยู่บ่อย เนื่องจากพ่อแม่ย้ายงานบ่อย จนเมื่อได้พบอะกะริ เพื่อนผู้หญิงคนสนิทตั้งแต่สมัยประถมจนถึงมัธยมต้น จนพัฒนาจากสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย สู่เรื่องราวความรักหญิงชาย ที่สุดท้ายทั้งสองต้องไม่ได้ลงเอยกัน หลังจากทั้งคู่ต้องเข้าศึกษาต่างที่กัน ในบทที่สองปรากฏว่า ทะกะกิเป็นสมาชิกชมรมยิงธนูที่โรงเรียน และมีฝีมือดีด้วย

อาการิ ชิโนะฮาระ (篠原 明里 Shinohara Akari )

เป็นเพื่อนผู้หญิงคนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กของทากากิ รักแรกของเขา และทั้งสองต่างมีความรู้สึกดีต่อกัน ด้วยความคล้ายคลึงกันหลายๆเรื่อง ทั้งความชอบและต่างก็มีชีวิตที่ต้องย้ายบ้านบ่อยๆ โดยเมื่อจบมัธยมต้น ครอบครัวของอาการิต้องย้ายจากกรุงโตเกียวไปจังหวัดโทะชิงิ ทำให้เธอกับทากากิต้องอยู่ไกลกัน และทำได้เพียงการเขียนจดหมายหรือโทรศัพท์ติดต่อกัน แต่สุดท้ายก็ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้ต้องจบลง เพราะพ่ายแพ้ให้กับระยะห่างและกาารเวลา

คานาเอะ ซุมิดะ (澄田 花苗 – Sumida Kanae)

เด็กสาวเพื่อนร่วมห้องของทากากิ หลังจากเขาย้ายไปเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่จังหวัดคะโงะชิมะ เธอเป็นสาวนักโต้คลื่น มีพี่สาวเป็นครูที่โรงเรียน เธอที่ไม่มีจุดหมายปลายทางในชีวิตการเรียน และแอบชอบทากากิข้างเดียว  ความรักของเธอจึงเป็นเรื่องค่อนข้างน่าเจ็บปวด เนื่องจากแม้เธอจะใกล้กับทากากิเท่าไร เธอก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในสายตาของเขาได้เลย เธอจึงตัดสินใจไม่ได้บอกความในใจออกไป  ด้วยเพราะเธอสัมผัสได้ว่าเขาไม่มีพื้นที่เผื่อไว้ให้กับเธอได้ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่อาจลืมเลือนความรักของเธอที่มีต่อทากากิได้เช่นกัน

Anime Rank A+ คะแนน 99.5/100

5 Centimeters Per Second นี่คือ ผลงานอนิเมชั่นที่สามารถถ่ายทอดงดงามของความรู้สึกเหงาอย่างลึกซึ้งกินใจที่สุด เป็นการเรียงร้อยเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกเศร้าและอบอุ่นไปในเวลาเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยถ้อยคำบรรยายความรู้สึกซับซ้อนอะไรมากมาย แต่จะอาศัยการเปรียบเทียบเชิงวิทยาศาตร์ที่เหมือนจะไกลตัว แต่กลับสื่อออกมาได้อย่างไม่ไกลเกินกว่าใจของทุกคน และด้วยความลงตัวในทุกๆ องค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น ความความงดงามของภาพ ฉาก และทัศนยภาพต่างๆ ภายในเรื่อง ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดและมนต์สเน่ห์สุดโรแมนติก หรือในส่วนของเพลงประกอบที่ถูกเรียงร้อยออกมากกว่า 11 เพลงที่ล้วนแล้วแต่ไพเราะจับใจและสอดคล้องไปกับอารมณ์ของภาพและเรื่องราวของอนิเมชั่นในเรื่องนี้

ทำให้… อนิเมชั่นเรื่องนี้ คือที่สุดของที่สุดของอนิเมชั่นคุณภาพเลยทีเดียว ซุึ่งหากจะให้พูดถึงข้อเดียวของอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นในส่วนของ character ที่อาจไม่ถูกใจสำหรับแฟนๆ อนิเมชั่นที่ชอบตัวละครสวยๆ รายละเอียดเยอะๆ สักหน่อย แต่ด้วยข้อเสียเพียงจุดเดียวนี้ก็ไม่ได้ทำให้ความงดงามของนิเมชั่นเรื่องนี้ลดลงเลยแม้สักนิด

โดยนอกจากเรื่องอารมณ์ของอนิเมะเรื่องนี้ที่ถือได้ว่าเป็น Best of the best แล้ว หากมองดูในรายละเอียดของผลงานของชินไคเรื่องนี้ คุณจะเห็นได้ถึงความใส่ใจในรายละเอียดสุดพิถีพิถัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของฉากและทัศนยภาพต่างๆ  ที่ชินไคยังได้รังสรรค์ออกมาได้อย่างงดงามจากสถานที่จริงที่ของในญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด

ถึงแม้ใครจะบอกหรือตั้งให้ชินไคเป็น “ที่สอง” หรือ “มายาซากิคนต่อไป” แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว… ชินไค ก็คือ “ชินไค – มาโคโตะ ชินไค” ที่ไม่เหมือนกับใครหรือแทนที่ใครได้ ด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผลงานกับการสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกผ่านภาพและท่วงทำนองของบทเพลงได้อย่างลึกซึ้งกินใจ จนสามารถพูดได้เลยว่าในทุกองค์ประกอบของชินไคล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตและความรู้สึกที่แสนงดงาม

5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย เป็นอนิเมะของมาโกโตะ ชินไค ผู้กำกับ Your Name ซึ่งอนิเมะเรื่องนี้สร้างปรากฎการณ์ไปทั่วญี่ปุ่นและได้รับคำชื่นชมจากแฟนๆว่าเป็นอนิเมะที่มีงานภาพงดงามและให้อารมณ์หน่วงจับจิตมากที่สุดของชินไค เรื่องราวของ 5 Centimeters Per Second  เกี่ยวกับชีวิตของชายหนุ่มชื่อ โทโนะ ทากะกิ ที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นและต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่การย้ายโรงเรียนของเพื่อนสาวคนสนิท การย้ายโรงเรียนของตัวเขาเอง และการก้าวสู่ชีวิตวัยทำงาน แบ่งการเล่าเรื่องเป็น 3 พาร์ท

พาร์ท1 โทโนะ กับ อากะริ ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันในวัยเรียน แต่แล้วอากะริต้องย้ายโรงเรียนไปอยู่ที่อื่น ทั้งคู่ติดต่อกันผ่านจดหมายและนัดเจอกันในคืนหนึ่งที่สถานีรถไฟ ท่ามกลางหิมะตกหนัก ทำให้ขบวนรถไฟล่าช้า การรอคอยในขบวนรถไฟของโทโนะทำให้เขาทรมานและเป็นห่วงว่าอากะริจะเฝ้ารอ ระหว่างนั้นเอง จดหมายที่โทโนะตั้งใจเขียนเพื่อสารภาพรักได้หลุดลอยปลิวไปตามลม เมื่อถึงสถานีรถไฟ โทโนะ พบว่าอากะริ ยังคงรอเขาอยู่ ทั้งคู่ได้ออกไปเดินเล่นด้วยกันและพักค้างคืนในกระท่อมจนรุ่งสาง ที่นั่นความรักของสองคนได้เริ่มต้นขึ้น และโทโนะคิดว่า แม้เขาจะไม่ได้บอกรักออกไปในตอนนั้น แต่ทั้งคู่ก็สัมผัสความรักที่มีต่อกันได้

พาร์ท 2 โทโนะย้ายไปอยู่เมืองใหม่ โรงเรียนใหม่ โดยมี คะนะเอะ เพื่อนร่วมรุ่นที่คอยแอบชอบเขาอยู่ คอยเฝ้าติดตามอยู่ห่างๆ โดยในพาร์ทนี้จะเน้นไปที่การตัดสินใจสารภาพรักของคะนะเอะ และจุดหมายปลายทางในอนาคตของตัวละคร ว่าหลังจากจบชีวิตช่วงวัยเรียนแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป ในตอนท้ายของเรื่อง คะนะเอะ พยายามบอกกับโทโนะว่าเธอแอบชอบเขา แต่ก็พบว่า โทโนะมีใครบางคนอยู่ในใจแล้ว และได้แต่เฝ้าเหม่อลอยคิดถึงคนๆนั้นๆ

พาร์ท 3 เป็นช่วงของโทโนะ วัยทำงาน และเล่าถึงความสัมพันธ์ช่วงที่ผ่านมาระหว่างเขากับอากะริ ความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนใหม่ที่ความรักเดินไปไม่สุดทาง เขาได้แต่หมดอาลัยตายอยาก ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่เป็นอันทำงาน จมปลักอยู่กับความทุกข์ ในขณะที่อาการิ เลือกเดินหน้าไปสู่ชีวิตรักใหม่แล้ว ในตอนท้ายเรื่อง โทโนะ และ อาการิ เดินสวนกันที่ทางรถไฟ ระหว่างนั้นขบวนรถไฟได้วิ่งผ่านไป โทโนะหันกลับมามองอีกครั้งที่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่พบอาการิยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว โทโนะได้ยิ้มที่ริมฝีปาก และเลือกที่จะก้าวเดินจากไป

โทโนะคือผู้ชายที่ติดค้างอยู่กับอดีตที่ยังค้างคา เขาไม่ได้พูด ไม่ได้บอกรัก เพราะกลัวว่าด้วยระยะทางที่ห่างไกลกันจะทำให้อากะริจะต้องทุกข์ใจกับการรอคอย ที่แม้ว่าจะส่งข้อความหากันกี่ร้อยกี่พันครั้ง ใจของเขาทั้งสองก็ยังมีระยะห่างกันเท่าเดิม ในตอนท้ายโทโนะ ได้เห็นแล้วว่า อากะริ เลือกที่จะเดินก้าวต่อไป ไม่ได้ติดค้างกับอดีต ในขณะที่เขาก็ต้องก้าวต่อไปและปล่อยอดีตไว้เบื้องหลังได้แล้ว

การได้พบเจอใครสักคนที่ทำให้เรามีความสุขและเสียงหัวเราะ ทำให้เรายิ้มได้ และร้องไห้ได้ด้วยเช่นกัน มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป ถึงแม้คน ๆ นั้นจะทำให้คุณเสียน้ำตา แต่เชื่อว่าคุณก็ยอม เพราะคำหนึ่งคำที่คุณได้รับจากเขาคนนั้น นั่นก็คือ “ รัก ” ว้าว!!!! เปิดตัวมาแบบโรแมนติกนิดหนึ่งนะคะเพื่อน ๆ เพราะว่าเรากำลังอินมาก ๆ หลังจากได้ดูอนิเมะเรื่อง “ 5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย ” มันทำให้หวนคิดถึงวันวานเก่า ๆ ดีแท้แน่นอน

วันวานเก่า ๆ ที่ว่าก็คือ การที่เราได้คบใครสักคนแต่ด้วยระยะทาง ความที่ต้องได้ห่างไกลกัน จึงทำให้ต้องเลิกลากันไปในที่สุด ทั้ง ๆ ที่ถามว่ายังรักกันอยู่ไหม! ก็คงตอบได้คำเดียวเช่นเดิมว่า “ รัก ” แต่ด้วยเวลาที่นำเราออกเดินทาง ทำให้ผ่านไปไม่นานเราก็จะทำใจได้เองจ้า!  แล้วเราก็จะได้พบรักครั้งใหม่

เรื่องราวของ “ 5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย ” หลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็นสามช่วง มีดังนี้จ้า  ช่วงแรกจะเป็นเรื่องราวของพระเอกและนางเอกที่ได้พบกัน คือเรียนที่เดียวกันในช่วง ม.ต้น แต่แล้วต่างคนก็จะต้องได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ปกติทั้งสองคนนี้คือย้ายไปนั่นนี่ตามครอบครัวเป็นปกติ เมื่อพระเอกนางเอกรู้ว่าตัวเองกำลังจะจากกัน จึงต่างเขียนจดหมายที่จะบอกความรู้สึกของตนแก่อีกฝ่าย และได้ทำการนัดเจอกัน แต่ในช่วงที่นัดเจอกัน โดยที่พระเอกต้องนั่งรถไฟไปหานางเอก แต่ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่หิมะได้ตกอย่างหนัก จึงทำให้ไปช้ากว่าเวลาที่นัด ทางด้านของพระเอกก็คิดว่านางเอกคงจะกลับไปแล้ว เกิดความกังวลใจตลอดทาง รวมทั้งในระหว่างที่เดินทางนั้น จดหมายที่พระเอกเขียนเอาไว้เพื่อบอกความรู้สึกกับนางเอก ก็ได้หล่นหายไปต่อหน้าต่อตาของพระเอก แต่พระเอกก็ต้องรีบไปหานางเอกเขาจึงทำได้แค่มองจดหมายที่ปลิวไป แต่เมื่อมาถึงที่นัดหมาย นางเอกก็รออยู่ แม้จะเลยเวลานัดมาหลายชั่วโมง อากาศทั้งเย็นและหนาวมาก ในช่วงที่อากาศเป็นใจนี้ จึงทำให้พระเอกได้ตัดสินใจ จูบนางเอกที่ใต้ต้นซากุระ ก่อนที่พวกเขาจะหาที่หลบความหนาวและพูดคุยกันจนถึงเช้า และนางเอกก็ได้ส่งพระเอกกลับบ้าน โดยที่นางเอกก็ไม่ได้ให้จดหมายของตนกับพระเอกแต่อย่างใด

มือบวมเกิดจากอะไรได้บ้าง ?

มือบวม อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจาก โรคภัยไข้เจ็บ พฤติกรรมการ ใช้ชีวิตในแต่ละวัน และยังรวมถึงปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างสภาพอากาศอีกด้วย

ยิปมัน ปรมาจารย์ กังฟูสะท้านโลก

หนึ่งในตำนานที่ถูกกล่าวขาน สุดยอด ปรมาจารย์กังฟู ที่ถ่ายทอดเรื่องราวสู่ภาพยนตร์ ” ยิปมัน ปรมาจารย์ กังฟูสะท้านโลก” ที่เรารู้จักกันในชื่อ ยิปมัน ปรมาจารย์มวยหย่งชุน อาจารย์มวยของนักแสดงหนังบู๊ตำนานฮอลลีวู้ด บรู๊ซ ลี สู่เรื่องราวที่ย้อนกลับไปในช่วงก่อนการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 1949

โดยในภาคนี้ได้ “เดนนิส โต” หรือ ตู้หยี่หัง มารับบทเป็น อาจารย์ยิปมัน ที่เรื่องราวเริ่มต้นจากการให้ออกจากราชการตำรวจด้วยเหตุฆาตกรรมผู้มีอิทธิพล และยังมีการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่นเข้ามาแทรกแซง ดูหนัง ยิปมัน ปรมจารย์กังฟู ความสนุกสนานตามแบบฉบับกำลังภายในที่เราคุ้นเคยและชื่นชอบที่สนุกจึงเริ่มต้นขึ้น

“ยิปมัน ปรมาจารย์กังฟูสะท้านโลก” พร้อมให้ชมแล้วที่ทรูไอดีทีวี พิเศษเช่าชมได้ในราคาโปรโมชั่นเพียง 59 บาท ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยต์แลกรับชมได้

เรื่องราวของอาจารย์กังฟูที่มีตัวตนอยู่จริงอย่าง อ.ยิปมัน ที่เรื่องราวของเขาเป็นที่รู้จักในฐานะ อาจารย์ผู้ฝึกสอนของราชานักบู๊ผู้ล่วงลับอย่าง บรู๊ซ ลี จนมีชื่อเสียงถึงทุกวันนี้ ทำให้มีเหล่าเสือปืนไวของวงการบันเทิงฮ่องกง ต่างหยิบเรื่องราวมาสร้างทั้งรูปแบบ ละคร และ ภาพยนตร์ ซึ่งบางเรื่องก็มีการอ้างอิงเรื่องจริงหรือแต่งเติมจินตนาการเพื่อความสนุกแก่ผู้ชม

แต่ถ้าจะพูดถึงหนังชุด อ.ยิปมัน ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ก็คือหนังชุดที่มี ดอนนี่ เยน หรือ เจิน จื่อตัน ที่ฉายครั้งแรกในปี 2008 ซึ่งนอกจากจะประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์แล้ว ทำให้ชื่อของ ดอนนี่ เยน กลายเป็นดาวบู๊ที่โด่งดังในไทย ก่อนจะมีภาคต่ออีก 3 ภาค โดยที่ ภาคที่4 กำลังจะเข้าฉายในปีนี้

ณ เมืองฝอซาน มณฑลกว้างตุ้ง เมืองที่มีสำนักกังฟูเกิดขึ้นมากมาย ขณะที่ ยิปมัน กลับเลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่าย สมถะ แตกต่างจากครูฝึกคนอื่นๆ แม้ว่าเขาจะมีฝีมือในวิชาเพลงมวยหย่งชุนอันเก่งกาจ เขาอาศัยอยู่กับ อาเจิน ภรรยา และ อาชุน ลูกชาย (ชีวิตจริงเขาคือผู้สืบทอดวิชาเพลงมวยหย่งชุนต่อจากพ่อ) ทุกๆวันจะมีครูมวยมาขอคำแนะนำและจบลงที่ต้องประลอง ทำให้ภรรยาไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักในบางครั้ง

วันหนึ่ง นักเลงต่างถิ่นนามว่า จินไท่หยวนและพรรคพวกเดินทางมายังเมืองฝอซาน เพื่อประลองยุทธกับครูมวย ซึ่ง จินไท่หยวน สามารถล้มครูมวยเมืองฝอซานแทบทั้งเมือง แต่เมื่อมีคนหนึ่งบอกว่า พวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะและพิชิตเมืองนี้ ถ้าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะ ยิปมัน ได้ ทำให้ เขาและสมัครพรรคพวกบุกไปยังบ้านของยิปมัน โดยมีมหาชนเป็นสักขีพยาน

เมื่อมาถึงบ้าน เขาจึงแสดงความจำนงว่าอยากประมือกับยิปมันเพื่อเป็นเกียรติยศกับตัวเอง แต่ยิปมันบอกว่า ไม่จำเป็นต้องมาสู้กับเขา แต่ด้วยความห้าวเป้งของ จินไท่หยวน จึงดูถูกต่างๆนาๆ ทำให้อาเจิน ยอมให้ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ (ภรรยาสั่งลุย ฮ่า) ในที่สุด ทั้งสองก็ประลองยุทธกัน แม้ว่าจะทำข้าวของเสียหาย ก่อนที่ ยิปมันจะปิดเกมให้เร็วที่สุดและสามารถใช้วิชามวยหย่งชุน ที่หลายคนปรามาสว่าเป็นวิชามวยของอิสตรี เอาชนะ จินไท่หยวน ดับซ่าจนออกจากเมืองในที่สุด ชัยชนะของยิปมันทำให้ชื่อเสียงเมืองฝอซาน กลับมารุ่งเรื่อง และมีหลายคนที่อยากจะฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของยิปมัน รวมถึง โจวชิงฉวน ที่อยากให้ลูกชายเป็นลูกศิษย์ แต่ยิปมันก็ยังคงเลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนคนทั่วๆไป

วันหนึ่งเกิดเหตุสงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งที่สอง เมื่อเหล่ากองทัพญี่ปุ่นบุกเข้าโจมตีประเทศจีน ซึ่งเมืองฝอซานก็ถูกยึดทำให้หลายคนมีชีวิตยากลำบาก รวมถึงยิปมันกับครอบครัว แต่ก็ยังคงเคียงข้างไปด้วยกันอยู่เสมอ วันหนึ่งขณะที่ยิปมันทำงานอยู่ร่วมกับอดีตอาจารย์กังฟูคนอื่นๆ กองทัพญี่ปุ่นเดินทางมาที่นี่เพื่อนำสารจาก นายพลมิอูระ ที่ต้องการคนมีฝีมือในวิชากังฟู มาประลองแลกเปลี่ยนวิชา โดยไม่ว่าแพ้หรือชนะก็จะได้ข้าวสาร 1 ถุง เป็นรางวัล ซึ่งทำให้ อาจารย์เลี่ยว อดีตหนึ่งในครูมวยผู้เก่งกาจที่ล้มคนแล้วคนเล่า กลับถูก นายพลซาโต้ นายทหารคนสนิทของนายพลอิมูระยิงหลังพ่ายแพ้ในแบบการต่อสู่ สามรุมหนึ่ง ทำให้ยิปมันขอสู้เพื่อล้างแค้นในแบบ 10 ต่อ 1 ก่อนที่ยิปมันจะสยบทหารญี่ปุ่นได้

นายพลมิอูระชื่นชอบในฝีมือและอยากให้ยิปมันมาถ่ายทอดวิชาเพลงมวยให้กองทัพ แต่เขาปฏิเสธนั่นทำให้นายพลมูระทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้ยิปมันมาสู้กับเขาให้ได้ ขณะเดียวกันยิปมันก็วางแผนกับครอบครัวว่าจะลี้ภัยไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่ฮ่องกง

อีกฟากหนึ่ง จินไท่หยวนและพรรคพวก ได้กลายเป็นโจรปล้นสะดมทำการปล้นและเรียกค่าคุ้มครอง ก่อนจะมาอาละวาดที่โรงงานของ โจวชิงฉวน ซึ่งเมื่อยิปมันได้มาถึง เขาขอให้ยิปมันช่วยฝึกมวยหย่งชุนไว้ใช้ยามป้องกันตัว ซึ่งยิปมันตัดสินใจช่วยเพื่อนและฝึกวิชามวยให้คนในโรงงานจนสามารถปราบเหล่ากองโจรได้สำเร็จ หลังจากนั้นเหล่ากองทัพญี่ปุ่นจึงบุกมายังโรงงานและจับ โจวชิงฉวน เป็นตัวประกัน ก่อนที่ยิปมันจะไปช่วยแต่ถูกกองทัพญี่ปุ่นจับได้ นายพลมิอุระ จึงยื่นข้อเสนอว่าถ้ายิปมันฝึกมวยให้กับคนญี่ปุ่นเขาจะไม่ทำร้ายตัวประกันทั้งหมด แต่ยิปมันยังยืนกรานว่าเขาจะไม่สอนวิชามวยให้ แต่จะขอสู้กับนายพลมิอูระแทน ท้ายสุดนายพลมิอุระจึงให้ทหารจับตัวไป ก่อนจะตกลง แต่จะเป็นการสู้ต่อหน้าคนนับหมื่นเพื่อเป็นประจักษ์พยานว่าวิชาวรยุทธของญี่ปุ่นเหนือกว่ามวยจีน

เมื่อถึงวันประลอง ยิปมันสามารถกอบกู้ศักดิ์ศรีชาวจีนได้สำเร็จ เมื่อเอาชนะนายพลอิมามูระได้สำเร็จ แต่ก็ถูกนายพลซาโต้ยิงได้รับบาดเจ็บ จนเกิดจลาจล แต่ โจวชิงฉวน สามารถพายิปมันและครอบครัวหลบหนีออกจากเมืองฝอซานได้สำเร็จ

หลังจากหลบหนีจากเมืองฝอซานออกมาได้ ยิปมันได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับครอบครัวที่ฮ่องกง ในปี1950 โดยได้รับความช่วยเหลือจาก อาเกา บรรณาธิการหนังสือพิมพ์รุ่นน้อง ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน คอยเป็นธุระในเรื่องหาสถานที่เพื่อจะเปิดโรงเรียนฝึกมวยหย่งชุน หวังเป็นรายได้เพื่อจุนเจือครอบครัว แต่ในช่วงแรกยังไม่มีใครมาสมัครเรียน ทำให้ต้องใช้ชีวิตลำบาก จนกระทั่ง อาเหลิง เด็กหนุ่มเลือดร้อน ขอมาประลองวิชา ก่อนที่ยิปมันจะสอนประวัติศาสตร์มวยหย่งชุน จนอาเหลิง แพ้ราบก่อนจะเรียกพรรคพวกมาสู้กับยิปมันอีกครั้ง แล้วคราวนี้ยิปมันไม่ออมมือ ก่อนจะสอนบทเรียนให้พรรคพวกอาเหลิง ก่อนที่พวกเขาเลือมใสศรัทธาและขอฝากตัวเป็นศิษย์ และนับตั้งแต่นั้นมา ยิปมันก็มีลูกศิษย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนพอมีรายได้จุนเจือครอบครัวในระดับหนึ่ง แล้วเขายังได้เจอ โจวชิงฉวน ที่บัดนี้กลายเป็นคนจรจัดและสติเลอะเลือน ซึ่งมาจากเหตุการณ์ที่เขากลับไปยังฝอซาน แต่ถูกทหารญี่ปุ่นยิงที่หัวนั่นเอง และเมื่อได้ฟังเรื่องเล่าจากลูกชายของเขา ยิปมันจึงฝากให้ไปทำงานกับอาเกาที่กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์

วันหนึ่ง อาเหลิง ดันไปมีเรื่องกับลูกศิษย์ของอาจารย์หง เจ้าของ หมัดเพลงมวยหงกวน เดือดร้อนถึง ยิปมันต้องตามไปช่วยถึงตลาดปลา จนเกิดเรื่องราววุ่นวาย แล้วทำให้เขาได้เจอ จินไท่หยวน ที่บัดนี้กลายเป็นพ่อคน ก่อนที่อาจารย์หง จะเข้ามาดูเหตุการณ์ ก่อนจะบอกยิปมันว่า ถ้าจะตั้งสำนักมวยในฮ่องกงจะต้องได้รับการยอมรับจากครูมวยแห่งนี้ ด้วยการประลอง ก่อนที่จะถูกตำรวจจับแล้วได้รับการประกันตัว

ในวันถัดมา ยิปมันจึงไปยังโรงน้ำชาที่ซึ่งเป็นที่ชุมนุมครูมวยทั่วประเทศ โดยมีอาจารย์หงเป็นพี่ใหญ่ โดยกติกาคือ ยิปมัน ต้องสู้กับครูมวยคนไหนก็ได้ที่เสนอตัวท้าสู้ แล้วต้องชนะ ถ้าแพ้หรือตกจากโต๊ะก็จะแพ้ไป แต่ถ้าชนะก็จะได้รับการรับรองให้เปิดสำนักได้ ยิปมันต้องสู้กับครูมวยถึงสองคน ก่อนจะเอาชนะไปสบายๆ

จนเมื่อถึงคิวอาจารย์หง ทำให้การต่อสู้เต็มไปด้วยความดุเดือดชนิดไม่มีการอ่อนข้อ จนจบลงที่เสมอและให้ยิปมันเป็นสมาชิก และขอให้เก็บค่าคุ้มครอง แต่ยิปมันกลับไม่ยอมในข้อนี้ ขณะเดียวกันลูกศิษย์อาจารย์หง ไปหาเรื่องกับลูกศิษย์ของยิปมันจนทำให้ เขาต้องถูกไล่ที่ ก่อนจะไปเคลียร์ปัญหากับอาจารย์หงแบบรู้ผลกันไปข้างหนึ่ง ซึ่งอาจารย์หงเกือบทำร้ายลูกชายคนเล็ก ยิปมันช่วยไว้ได้ทันพอดี ก่อนที่จะแยกย้ายกลับบ้าน

ต่อมาอาจารย์หง ได้เจอยิปมันพร้อมกับส่งตั๋วรายการมวยสากลอาชีพ โดยมีทางอังกฤษเป็นเจ้าภาพในช่วงที่ฮ่องกงถูกปกครองโดยอังกฤษ และทำให้พวกเขากดขี่และดูถูกคนจีน วันนั้นมีแชมป์มวยสากลอาชีพ นาม ทวิสเตอร์ เขาขึ้นเวทีและเยาะเย้ย ก่อนจะทำร้ายลูกศิษย์อาจารย์หง พร้อมกับดูถูกมวยจีน  ยิปมัน ปรมาจารย์

ทำให้แต่ละสำนักของขึ้น จนเกิดวิวาทระหว่างเหล่าสำนักกับทีมงานของทวิสเตอร์ ทำให้อาจารย์หงตัดสินใจขอประมือกับทวิสเตอร์ เขาสู้จนพ่ายไปและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เพราะการเสียชีวิตของอาจารย์หง เท่ากับศักดิ์ศรีมวยจีนถูกทำลาย ยิปมันตัดสินใจบุกงานแถลงข่าว ก่อนจะขอท้าทวิสเตอร์สู้แบบตัวต่อตัว จนกลายเป็นข่าวดังข้ามคืน ขณะเดียวกันเหล่าตำรวจที่ถูกดขี่จากหัวหน้าตำรวจผู้ฉ้อฉล ก็ตัดสินใจบอกข้อมูลสำคัญให้ อาเกา ตีแผ่ความจริงที่กี่ยวข้องกับศึกมวยครั้งนี้

เมื่อวันประลองมาถึง ยิปมัน เกือบจะสิ้นท่า แต่ในยกที่สองก็สามารถแก้เกมได้ จนยกที่สาม เหล่ากรรมการเข้ามาตักเตือนว่าห้ามยิปมันใช้เท้าให้ใช้หมัดอย่างเดียว ซึ่งตอนนั้นยิปมันเกือบจะพ่ายแพ้ไปแล้วแต่เพราะเหตุการณ์อาจารย์หง ที่ทำให้ยิปมันลุกขึ้นแล้วสู้แบบไม่มีอะไรจะเสีย ก่อนจะใช้เพลงมวยสำเร็จโทษทำให้ทวิสเตอร์ไม่สามารถลุกขึ้นจนกรรมการนับ 10 ยิปมันสามารถกู้ชื่อเสียงให้กับมวยจีนได้อีกครั้ง

ใน End Credit หลังการประลองจบลง วันหนึ่งลูกชายของโจว์ชิงฉวน ได้พาคนๆหนึ่งมาให้ยิปมันได้รู้จัก เขาเป็นเด็กชายมาดกวน แล้วบอกว่าอยากเรียนวิชามวยหย่งชุนกับเขา และแนะนำตัวว่า “หลี่เสี่ยวหลง” หรือที่รู้จักในเวลาต่อมาในนาม “บรูซ ลี” นั่นเอง แต่ อ.ยิปไล่กลับบ้าน รอให้โตแล้วมาใหม่

สิวเสี้ยน เกิดจากอะไร

สิวเสี้ยน เกิดจากอะไร ?

สิวเสี้ยน เกิดขึ้นจากความผิดปกติของต่อมรูขนส่งผลให้ รูขุมขน มีขนอ่อน ๆ ขึ้นมากผิดปกติ ไม่สามารถหลุดร่วงไปตามกาลเวลาได้ และเมื่อรวมตัวกับไขมันที่ถูกผลิตออกมาและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วจึงทำให้เกิดเป็นสิวที่มีลักษณะคล้ายสิวอุดตันหัวดำ โดยสิวชนิดนี้อาจก่อให้เกิดการอักเสบหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ทั้งนี้ ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการอุดตันของสิวเสี้ยน ได้แก่

  • การทำงานที่มากผิดปกติของฮอร์โมนเพศชายภายในผิวหนัง
  • ปริมาณกรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic Acid) ที่อยู่ในซีบัมซึ่งอยู่บนผิวหนังชั้นนอกลดลง ทำให้ผิวหนังได้รับการปกป้องลดลง
  • ระบบภูมิคุ้มกันสร้างสารไซโทไคน์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (Proinflammatory Cytokines)
  • เชื้อแบคทีเรียพีแอคเน่ (Propionibacterium Acne: P. Acnes) ก่อให้เกิดสิวสร้างกรดไขมันอิสระมากเกินไป
  • ภาวะที่ร่างกายมีน้ำเกินก่อนมีประจำเดือน ทำให้ง่ายต่อการอับชื้น
  • สัมผัสกับสารเคมี เช่น ผลิตภัณฑ์แต่งผม สารเคมีไอพีเอ็ม (Isopropyl Myristate: IPM) สารโพรพิลีนไกลคอล (Propylene Glycol) และผลิตภัณฑ์ย้อมสีบางชนิดที่กระตุ้นการก่อให้เกิดสิว
  • ภาวะรูขุมขนถูกทำลายเนื่องจากผิวหนังเกิดการบาดเจ็บ เช่น การบีบสิว การล้างหน้าที่ไม่อ่อนโยน การใช้สารเคมี หรือการทำเลเซอร์ผิวหนัง
  • สูบบุหรี่
  • การรับประทานอาหารที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดสิว เช่น อาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เป็นต้น

มีเซ็กส์เมื่อถึงเวลา

หลายครั้งที่ เซ็กส์ ที่ถูกนำมาเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของ ค่านิยม บางอย่างในบางสังคม หรือถูกนำมาเป็นเครื่องหมายของความรัก ทำให้หลายคนต้องมีเซ็กส์โดยที่ลึก ๆ ข้างในรู้สึกไม่พร้อม การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก

โดยเฉพาะกับคนรัก ตามหลักแล้วควรจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายและเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ

อีกทั้งเซ็กส์ไม่ใช่เรื่องของความรักเสมอไป แต่อาจเป็นเรื่องของความพร้อม ความต้องการ และความเต็มใจ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ควรมีเซ็กส์ที่เกิดจากความเต็มใจ และตัดสินใจที่จะมีด้วยสติที่ครบถ้วน โดยไม่ผูกติดกับความรู้สึกที่ทำให้รู้สึกว่าต้องมีเซ็กส์ทั้งที่ไม่เต็มใจ

สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน

ผู้เชี่ยวชาญ แบ่งกลุ่มของ เชื้อโควิด-19 ที่ กลายพันธุ์ ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1. กลุ่มสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง (Variants of Concern)

การกลายพันธุ์ของไวรัสกลุ่มนี้ส่งผลต่อการรับมือกับเชื้อไวรัสและการติดเชื้อได้มาก ทั้งในแง่การแพร่เชื้อ ความรุนแรงของเชื้อ ไปจนถึงการวินิจฉัย รักษา และป้องกัน

  • สายพันธุ์อัลฟ่า (Alpha) หรือ B.1.1.7 พบครั้งแรกที่สหราชอาณาจักร เป็นเชื้อที่แพร่ได้เร็ว เพิ่มโอกาสของการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต
  • สายพันธุ์เบต้า (Beta) หรือ B.1.351 พบครั้งแรกที่แอฟริกาใต้ เป็นเชื้อไวรัสที่แข็งแรง ลดประสิทธิภาพของยากลุ่มยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี (Monoclonal Antibody) บางชนิดที่ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 รวมทั้งลดประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนและการติดเชื้อโควิด-19 ก่อนหน้า และส่งผลให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำได้
  • สายพันธุ์แกมม่า (Gamma) หรือ P.1 พบครั้งแรกที่บราซิล เป็นเชื้อที่ลดประสิทธิภาพของยากลุ่มยาโมโนโคลนอลแอนติบอบางชนิด ดื้อต่อภูมิคุ้มกันที่เกิดจากไวรัสและการติดเชื้อโควิด-19 ก่อนหน้า ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำได้เช่นเดียวกับสายพันธุ์เบต้า
  • สายพันธุ์เดลต้า (Delta) หรือ B.1.617.2 พบครั้งแรกที่อินเดีย เป็นสายพันธุ์ที่แพร่และติดต่อได้รวดเร็ว ทั้งยังลดประสิทธิภาพของยากลุ่มยาโมโนโคลนอลแอนติบอดีบางชนิดและวัคซีนโควิด-19

โดยสายพันธุ์ไวรัสโควิด-19 ที่ต้องเฝ้าระวังเหล่านี้ได้เข้ามาในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว

2. กลุ่มสายพันธุ์ที่น่าสนใจ (Variants of Interest)

กลุ่มสายพันธุ์ที่น่าสนใจเป็นสายพันธุ์ที่ถูกพบใหม่ แต่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อดูลักษณะของการกลายพันธุ์ว่าส่งผลกระทบต่อการติดเชื้อและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างไร

  • สายพันธุ์เอปซิลอน (Epsilon) หรือ B.1.427/B.1.429 พบครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • สายพันธุ์ซีต้า (Zeta) หรือ P.2 พบครั้งแรกที่บราซิล
  • สายพันธุ์อีต้า (Eta) หรือ B.1.525 พบครั้งแรกในหลายประเทศ
  • สายพันธุ์ธีต้า (Theta) หรือ P.3 พบครั้งแรกที่ฟิลิปปินส์
  • สายพันธุ์ไอโอต้า (Iota ) หรือ B.1.526 พบครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา
  • สายพันธุ์แคปป้า (Kappa) หรือ B.1.617.1 พบครั้งแรกที่อินเดีย
  • สายพันธุ์แลมบ์ด้า (Lambda) หรือ C.37 พบครั้งแรกที่เปรู

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิมหรือสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์แล้ว ล้วนส่งผลเสียและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพจึงควรดูแลตนเองอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

หนูน้อยหมวกแดง : หนังใหม่ของผู้กำกับ Twilight

ผู้กำกับ แคทธาลีน ฮาร์ดวิค อาจไม่มีโอกาสได้กำกับ หมาป่ารูปหล่อ ในภาพต่อของ Twilight (ฮาร์ดวิค กำกับ Twilight ภาคแรก) แต่เธอก็ยังมีโอกาสได้อีกครั้ง ในภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิทานกริมม์ เรื่อง หนูน้อยหมวกแดง (Red Riding Hood)

ที่น่าสนใจคือ การตีความและนำเสนอใหม่ในรูปแบบที่ แคทธาลีน เคยทำสำเร็จมาแล้วกับ Twilight ต้องยอมรับว่าเธอโดดเด่นในเรื่องนักแสดงหนุ่มหล่อ และแนวหนังแบบรักสามเศร้า

Red Riding Hood นำแสดงโดย อแมนด้า เซย์ฟรีด รับบท วาลเลอรี่ สาวน้อยแสนสวย ผู้มีความรักอยู่กับ ปีเตอร์ (Shiloh Fernandez) ทว่าพ่อแม่ของเธอได้จัดการหมั้นหมายเธอให้ เฮนรี่ คหบดีในหมู่บ้าน (Max Irons) เป็นเหตุให้ วาลเลอรี่ และปีเตอร์วางแผนหนีไปด้วยกัน แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดฝัน เมื่อพี่สาวของวาลเลอรี่ถูกมนุษย์หมาป่าฆ่าตาย

หมู่บ้านในยุคกลางแห่งนี้ แวดล้อมไปด้วยป่าที่มีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ ในแต่ละเดือนชาวบ้านจะฆ่าสัตว์สังเวยเพื่อความปลอดภัยของหมู่บ้าน แต่ในคืนพระจันทร์สีเลือด มนุษย์หมาป่ากลับออกมาล่ามนุษย์ ด้วยความโกรธแค้น ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้นักล่าอย่างบาทหลวงโซโลมอน รับบทโดย แกร์รี่ โอล์ดแมน (Gary Oldman) เข้ามาจัดการปัญหา แต่ท่านกลับสงสัยว่าเหตุการณ์ที่ชาวบ้านหายไปวันละคน น่าจะเป็นฝีมือของใครสักคนในพวกเขามากกว่า!

หนูน้อยหมวกแดง นิทานที่หลาย ๆ คนคงรู้จักและเคยได้ยินมาบ้าง ได้ถูกนำมาสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์แนว Romantic Thriller เรื่องสาวหมวกแดง (Red Riding Hood) ซึ่งได้ผู้กำกับมือดี แคทเธอรีน ฮาร์ดวิค ที่เคยสร้างผลงานอย่าง Vampire Twilight มาแล้ว

หนังเรื่องนี้ได้ สาวน้อยนามว่า แวเลอรี่ (Amanda Seyfried) เป็นตัวดำเนินเรื่องซึ่งชีวิตของเธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์รักต้องเลือก ระหว่าง ปีเตอร์ (Shiloh Fernandez) คู่รักตั้งแต่เด็ก กับ เฮนรี่ (Max Irons) ชายหนุ่มผู้มีฐานะที่พ่อแม่เลือกไว้ให้ ทั้งแวเลอรี่และปีเตอร์ได้วางแผนที่จะหนีไปจากหมู่บ้านแต่ต้องมาเจอกับ มนุษย์หมาป่าที่คร่าชีวิตผู้คนในหมู่บ้านรวมทั้งพี่สาวของแวเลอรี่ด้วย แล้วเรื่องต่าง ๆ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมนุษย์หมาป่ากลับมาอาละวาดในหมู่บ้านอีกครั้ง

หนังเรื่องนี้มีความชัดเจนในความเป็นหนังแนว Romantic Thriller ที่เน้นไปที่ความรักของหนุ่มสาวที่มั่นคงแต่ความรักก็มีอุปสรรคต่าง ๆ การดำเนินนั้นเรื่องมีฉากตื่นเต้นอยู่มากพอสมควรและมีแอคชั่นให้เห็นบ้าง แต่โดยรวมจะเน้นไปที่เรื่องราวของความรักทั้งแบบหนุ่ม-สาว และความรักของคนในครอบครัวที่มีให้แก่กัน ในเรื่องยังสื่อถึงอารมณ์ของสัญชาตญาณมนุษย์ได้ดีพอสมควรในยามเมื่อมี อันตราย เช่น ความหวาดระแวง ความโกรธแค้น และความเชื่อในเรื่องต่าง ๆ แต่สิ่งที่ชอบมากก็คือ ภาพและฉากในเรื่องทำออกมาสวย สมจริง รายละเอียดในเรื่องสีของหิมะที่ดูหนาวเย็นยะเยือกมันตัดกับชุดสีแดงของนาง เอกทำได้ดีมาก

เมื่อมีข้อดีแล้ว มาพูดถึงส่วนที่ต้องติกันบ้าง บทของคุณย่าดูเหมือนพยายามให้ดูเป็นมนุษย์หมาป่าจนเกินไป ทั้งที่บทนี้สามารถสร้างจุดเด่นในเรื่องอื่น ๆ ได้เช่นการสื่อรักให้ พระ-นาง ได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันและรักกันกว่าเดิม ในส่วนเสื้อผ้านั้นทำออกมาได้สวยงาม แต่ดูไม่ค่อยเหมาะกับสภาพอากาศสักเท่าไหร่นัก เสื้อผ้าดูค่อนข้างบางขัดกับหิมะที่ขาวโพลนอยู่ที่เบื้องหลัง นอกนั้นถือว่าทำใด้ดีพอสมควร

เรื่องราวของ “วาเลรี่” หญิงสาวผู้มีชุดคลุมสีแดงประจำตัว อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งกลางป่า เธอเติบโตมาพร้อมกับ “ปีเตอร์” หนุ่มตัดฟืนผู้ยากจน ทั้งสองคนรักกัน แต่ครอบครัวต้องการให้เธอหมั้นกับ “เฮนรี่” หนุ่มที่บ้านมีฐานะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการ
ในทุกๆ คืนพระจันทร์เต็มดวง จะมีหมาป่าออกอาละวาด ฆ่าคนในหมู่บ้าน ทำให้ทุกคนต่างหวาดกลัว เชิญบาทหลวงมาตามล่าหมาป่า และสงสัยกันว่าใครในหมู่บ้านแห่งนี้ คือหมาป่าตัวจริง

ดัดแปลงมาจากนิทานหนูน้อยหมวกแดง ในเวอร์ชั่นโรแมนติก ระทึกขวัญ จริงๆ เรื่องราวไม่ได้เหมือนในนิทานทั้งหมด ดัดแปลงพอสมควร แต่ตัวละครหลัก กิมมิคในหนังมีครบตามฉบับนิทาน ดำเนินเรื่องช่วงแรกเหมือนจะเรื่อยๆ แต่ผมไม่รู้สึกเบื่อ บรรยากาศมันดูลึกลับ ไม่ชอบมาพากล ผสมกับความโรแมนติก โทนภาพ การถ่ายทำให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับ Twilight ภาคแรก เพราะผู้กำกับคนเดียวกัน แคทธาลีน ฮาร์ดวิค (Catherine Hardwicke)

ส่วนนักแสดงนำได้ Amanda Seyfried (อแมนด้า ไซย์ฟริด) เป็นสาวผ้าคลุมสีแดงผู้ต้องสงสัยและถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด กับอีกสองหนุ่ม แม็กซ์ ไอรอนส์ (Max Irons) และ ชีโลห์ เฟอร์นันเดซ (Shiloh Fernandez) สองหนุ่มหล่อที่ต้องการสาวคนเดียวกัน หนังทำให้คนดูตั้งข้อสงสัยว่าใครกันแน่คือ หมาป่า ตัวละครหลักๆ ดูหนังออนไลน์ น่าสงสัยกันหมด จะมีเหตุการณ์ของแต่ละคนที่ทำให้คิดว่า ใช่ป่าววะๆ ก็ได้แต่เดากันไป ขนาดนางเอกยังหวาดระแวงทุกคนรอบตัว ไม่เว้นแม้กระทั่งคนในครอบครัว แล้วคนดูอย่างเราจะรู้มั้ยล่ะ ผมดูรอบสองยังจำไม่ได้เลยว่าหมาป่าคือใคร (ทิ้งช่วงไป 8 ปี) สุดท้ายก็ไม่ใช่คนที่คิดไว้ในใจ หนังหลอกเราได้

เสียดายที่หนังกระแสกับรายได้ไม่ดี ขาดทุนในบ้าน ไม่งั้นคงมีภาคต่อแน่ๆ เหมือนปูทางไว้แล้ว รักสามเศร้าเราสามคน แบบ twilight เลย หลายๆ คนอาจไม่ชอบ ไม่สนุก แต่สำหรับผมกลับชอบแหะ คงเป็นเพราะชอบฟีลนี้อยู่แล้ว มันอาจจะไม่ได้สนุกจนน่าจดจำ ไม่ได้ดีจนน่าประทับใจ แต่โดยรวมสำหรับผมแล้ว ไม่แย่ มีความน่าติดตาม ยิ่งกลางเรื่องไปแล้วคือลุ้น ระทึก สนุกขึ้นเรื่อยๆ แม้ฉากจบจะดูง่ายไป เมื่อดูจบบางคนอาจจะชอบ Red Riding Hood มากกว่า Twilight ก็ได้

หนังเล่าถึง วาเลอรี่ (Amanda Seyfried) เธอมีปัญหาเรื่องความรัก ซึ่งเธอกำลังรักกับปีเตอร์(Shiloh Fernandez) แต่พ่อแม่ของเธอบังคับให้เธอแต่งงานกับเฮนรี่(Max Irons) ซึ่งมีฐานร่ำรวยทำให้ทั้งเธอและปีเตอร์ถูกบังคับให้ต้องเลิกกัน ทั้งสองกำลังวางแผนหนีโดยรู้ว่าพี่สาวของวาเลอรี่ถูกมนุษย์หมาป่าฆ่าตาย ผู้คนได้ปกปิดความลับเกี่ยวกับหมาป่าไว้ เพราะว่าเจ้าหมาป่าเลือกที่จะกินสัตว์เท่านั้น แต่ยิ่งกินก็ยิ่งโลภ ทำให้มันหันมาคร่าชีวิตมนุษย์ ความหวาดระแวงเกิดขึ้นกับว่าเลอรี่เพราะเธอไม่แน่ใจว่าคนรอบตัวของเธอใครกันแน่ที่เป็นหมาป่า

ในช่วงแรกของภาพยนตร์หนังถ่ายทอดออกมาให้ดูสดใสขายความเป็นเทพนิยายด้วยภาพและอารมณ์มันชวนให้คิดแบบนั้นจริง ๆ และหลังจากนั้นเมื่อหนังเปิดตัวมนุษย์หมาป่าหนังก็เปลี่ยนโทนจากความสดใสเป็นความสยองขวัญที่ซ่อนปมปริศนาทันที แต่ก็จะมีฉากโรแมนติกหยอดมาบ้างนะ หนังค่อนข้างได้ประโยชน์จากธีมของเรื่องซึ่งมีบรรยากาศเหมือนป่าที่อยู่กลางหิมะ จริง ๆ แล้วหนังน่าจะเพิ่มเติมความหลอนและความดำมืดลงไปหนังให้ได้มากกว่านี้อีกนะครับ แต่กลับทำให้หนังไม่มีความดิบเถื่อนสมกับการคาดหวังเช่นฉากโหด ๆ หรือฉากชวนแหวะ กลับไม่เต็มที่อย่างที่คาดไว้อาจจะเป็นเพราะว่าหนังต้องการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าเดิม เพราะถ้าหนังสร้างภาพที่รุนแรงอาจจะติดเรทไปที่เรทR เพราะงั้นอาจจะทำให้เด็กที่รู้จักตำนานของหนูน้อยหมวกแดง ไม่สามารถเข้ามาชมภาพยนตร์เลยก็ได้

หนังมีไอเดียในการเล่นกับความอยากรู้อยากเห็นของคนดูและหนังจะไม่เฉลยให้คนดูรู้ว่าใครคือหมาป่าตั้งแต่ตอนเรื่อง แต่การเดินเรื่องจะค่อย ๆ หยอดปมและหลอกล่อให้คนดูคิดว่าคนนั้นเป็นหรือคนนี้เป็น ดังนั้นมันจะเป็นใครก็ได้ที่มีโอกาสเป็นหมาป่า ซึ่งก็เป็นปกติที่คนดูจะต้องเดาไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อหนังเฉลยออกมา บางคนก็อาจจะอึ้งบางคนก็อาจจะเฉย ๆ อาจจะเดาหรือว่ารู้อยู่แล้ว  ถือว่าทำได้ดีในเรื่องของการหลอกล่อคนดู แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียเลยนะครับ คือหนังปูเรื่องมาค่อนข้างดีแต่การเฉลยว่าใครเป็นหมาป่า กลับเฉลยในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมเพราะการเฉลยควรที่จะกดดันอารมณ์ของคนดูให้อยากรู้จนถึงที่สุดก่อน เหมือนจังหวะในการเฉลยมันยังไม่ลงล็อค

ส่วนตัวชอบงานโปรดักชั่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ มีการถ่ายทำในหมู่บ้านที่อยู่กลางป่าท่ามกลางหิมะ ดูย้อนยุคนิด ๆ ได้กลิ่นอายในช่วงยุโรปกลางและงาน CG ก็ทำได้ไม่เลวทางเอฟเฟคต์หมาป่าและการไล่ล่าทำได้ดูสมจริงครับ ส่วนซาวด์ประกอบก็ใส่มาได้ตรงจังหวะค่อนข้างพอดี บางช่วงก็หลอน บางช่วงก็ให้ความรู้สึกตื่นเต้น เรื่องซาวด์และเอฟเฟคต์ถือว่าใช้ได้

ข้อควรระวังในการใช้ยาลดไข้

  • ก่อนใช้ ยาลดไข้ ในทารก ควรได้รับการวินิจฉัยและคำแนะนำจากแพทย์เสมอ
  • ห้ามใช้ยาพาราเซตามอลกับทารกอายุต่ำกว่า 6 สัปดาห์
  • ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟนกับเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน
  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

มีไข้รุนแรงเพียงใดจึงควรไปพบแพทย์ ?

ระดับความรุนแรงของไข้อาจแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ ซึ่งผู้ป่วยควรได้รับการดูแลจากแพทย์หากมีอาการ ดังนี้

อายุ 0-3 เดือน

  • เมื่อมีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป แม้ทารกจะไม่มีอาการอื่น ๆ ก็ตาม

อายุ 3-6 เดือน

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียส

อายุ 6-24 เดือน

  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 1 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา
  • มีไข้ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น

อายุ 2-17 ปี

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 3 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา

อายุ 18 ปีขึ้นไป

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการปวดหัว คอแข็ง หายใจไม่อิ่ม ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม กังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไม่ดื่มน้ำ ไม่รับประทานอาหาร หรือมีอาการอื่น ๆ
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 3 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา
  • เมื่อมีไข้ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 39.4 องศาเซลเซียสขึ้นไป